รางวัล “บุคคลตัวอย่าง ภาคธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต แห่งปี 2022”

รางวัล “บุคคลตัวอย่าง ภาคธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต แห่งปี 2022”

นางนพเกล้า กิจปานนท์ รับโล่รางวัลในพิธีประกาศเกียรติคุณ “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2022” ในฐานะ “บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต แห่งปี 2022” โดยมี ศ.ดร.เกษม จันทร์แก้ว องคมนตรี เป็นผู้แทน มูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย มอบให้ เพื่อประกาศเกียรติคุณและยกย่องให้เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิตและการทำงาน อีกทั้ง ยังเป็นผู้ที่อุทิศตนในการทำกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อสังคมไทย นับเป็นแบบอย่างที่ดีและน่ายกย่อง ณ โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น

ธุรกิจ

นางนพเกล้า กิจปานนท์ เปิดเผยว่า “ รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ “บุคคลคุณภาพแห่งปี 2022” ในฐานะ “บุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิต แห่งปี 2022” โดยที่ผ่านมา ได้มีโอกาสสร้างประโยชน์ต่อสังคมผ่านงานที่รับผิดชอบมากมาย การได้รับรางวัลครั้งนี้ นับเป็นเกียรติและกำลังใจ ที่ส่งผลให้เกิดแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่ออุตสาหกรรมการเงิน สังคม และประเทศชาติให้มากยิ่งขึ้นต่อไป

ติดตามข่าวธุรกิจและข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่ : เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ย.เหลือ 6.41% นักวิเคราะห์คาดผ่านจุดพีคแล้ว

เงินเฟ้อไทยเดือน ก.ย.เหลือ 6.41% นักวิเคราะห์คาดผ่านจุดพีคแล้ว

ไทยรายงานเงินเฟ้อเดือน ก.ย.ที่ 6.41% ชะลอตัวจากเดือน ส.ค.ที่ 7.86% นักวิเคราะห์คาดผ่านจุดพีคแล้ว หลังราคาพลังงานปรับตัวลง แต่ราคาสินค้าเกษตรยังถูกกดดันจากน้ำท่วม

 

ข่าวธุระกิจ

 

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย เดือน ก.ย. 2565 เท่ากับ 107.70 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเท่ากับ 101.21

ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 6.41% (YoY) ชะลอตัวลงจากเดือน ส.ค. 2565 ที่สูงขึ้น 7.86% (YoY) ตามการชะลอตัวของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน เคหสถาน และเครื่องประกอบอาหาร ประกอบกับฐานดัชนีราคาฯ ที่ใช้คำนวณเงินเฟ้อในเดือนเดียวกันของปีก่อนอยู่ระดับสูง

อย่างไรก็ตาม ในเดือนนี้ราคาสินค้าและบริการโดยรวมยังคงสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากการทยอยปรับราคาเพิ่มตามต้นทุนในช่วงก่อนหน้า พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมขัง และอุปสงค์ในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งมีส่วนทำให้เงินเฟ้อยังคงขยายตัว แต่ในอัตราที่ชะลอตัวตามที่คาดการณ์

สำหรับปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 6.41% ได้แก่

สินค้าในกลุ่มพลังงาน ขยายตัว 16.10% (YoY) ตามการสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง แม้ว่าราคาจะลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า แต่ราคายังคงสูงกว่าเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ค่ากระแสไฟฟ้า ก๊าซหุงต้ม การตรวจรักษาและบริการส่วนบุคคล (ค่าแต่งผมชาย ยาสีฟัน แชมพู) ค่าโดยสารสาธารณะ การศึกษา ยาสูบและเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์ (บุหรี่ เบียร์ สุรา) ยังสูงกว่าปีที่ผ่านมา จึงส่งผลให้สินค้าในหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 4.10% (YoY)

อย่างไรก็ตาม ยังมีสินค้าสำคัญหลายรายการที่ราคาลดลง อาทิ แป้งผัดหน้า น้ำยารีดผ้า ค่าส่งพัสดุ เครื่องรับโทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องซักผ้า เป็นต้น

สินค้าในกลุ่มอาหารสด ขยายตัว 10.97% (YoY) ตามการสูงขึ้นของราคาสินค้าในกลุ่มเนื้อสัตว์ (เนื้อสุกร ไก่สด) ไข่ไก่ ผักสดและผลไม้ (พริกสด ผักคะน้า กะหล่ำปลี ส้มเขียวหวาน แตงโม มะม่วง)

อัพเดทข่าวธุระกิจแนะนำข่าวเพิ่มเติม >> “เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป” เดินหน้ารุกตลาดในไทย ตอบโจทย์การเติบโตมั่นคง-ยั่งยืน

“เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป” เดินหน้ารุกตลาดในไทย ตอบโจทย์การเติบโตมั่นคง-ยั่งยืน

เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป ย้ำความสำเร็จแบรนด์ระดับโลกกว่า 25 ปี ผสมผสานมรดกและอัตลักษณ์ของแบรนด์เข้ากับวิสัยทัศน์ เดินหน้ารุกตลาดในไทย ตอบโจทย์ทุกกลุ่มเป้าหมายเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป มุ่งมั่นเดินหน้าพลิกโฉมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศไทย กางแผนธุรกิจตั้งเป้าขยายการเติบโตของโรงแรมและรีสอร์ตอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการบริหารธุรกิจโรงแรมของแบรนด์ที่สั่งสมมานานกว่า 25 ปี จนมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับระดับโลก จึงสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งเจ้าของโรงแรม พันธมิตร และผู้เข้าพัก ที่จะร่วมดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับผู้ที่มาเยือน “สยามเมืองยิ้ม” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมตลอดกาลแห่งนี้

เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป เผยว่าแบรนด์โรงแรมในเครือเรดิสันมีโครงสร้างการออกแบบของแบรนด์และทิศทางกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนแผนการขยายธุรกิจในประเทศไทยที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน การผสมผสานระหว่างแบรนด์คอลเลกชั่นหลักกับแบรนด์พันธมิตรที่เกิดขึ้น หลังจากที่เรดิสันได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทจินเจียง อินเตอร์เนชั่นแนล เมื่อเร็วๆ นี้ ช่วยส่งเสริมให้แบรนด์มีความสมบูรณ์และหลากหลายยิ่งขึ้นด้วยพอร์ตโฟลิโอ ตั้งแต่โรงแรมราคาประหยัดไปจนถึงโรงแรมหรู

โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป ประจำสำนักงานประเทศไทย เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจและการบริหารจัดการเพื่อสามารถตอบสนองความต้องการให้กับเจ้าของธุรกิจและผู้เข้าพักเพื่อให้ครอบคลุมแทบทุกกลุ่มตลาดของไทย ตั้งแต่เมืองสำคัญๆ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ไปจนถึงแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจใหม่ๆ และศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งที่สำคัญ

จากแนวโน้มและโอกาสของอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวในประเทศที่ดีขึ้น กลุ่มโรงแรมเรดิสัน จึงมุ่งเน้น 3 แบรนด์ที่น่าสนใจสำหรับการเจาะตลาดในประเทศไทย

แบรนด์แรกคือ พาร์ค อินน์ บาย เรดิสัน (Park Inn by Radisson) เป็นแบรนด์ระดับกลางระดับบน กับข้อเสนอการลงทุนที่คุ้มค่าและให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นให้กับเจ้าของโรงแรม เข้าถึงกลุ่มตลาดเป้าหมายที่หลากหลาย เหมาะสำหรับทำเลย่านการค้าในเมืองและศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง

แบรนด์ที่สองคือ เรดิสัน (Radisson) แบรนด์หรูที่มีชื่อเสียงระดับโลก รับประกันด้วยรูปแบบธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ เจ้าของโรงแรมสามารถสร้างและปรับเปลี่ยนได้ไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับทำเลย่านเมืองหลักและเมืองรอง รวมถึงสนามบิน ย่านชานเมืองและสถานที่จัดประชุม

แบรนด์สุดท้ายคือ เรดิสัน อินดิวิดวลส์ (Radisson Individuals) แบรนด์ระดับหรูใหม่ล่าสุดในเครือเรดิสัน ที่แตกต่างและมีบุคลิกเฉพาะตัว นับเป็นแบรนด์ในอุดมคติสำหรับนักลงทุนหรือเจ้าของโรงแรมที่ต้องการรักษาเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของโรงแรมเดิมไว้ และแขกที่กำลังมองหาประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างแท้จริง จึงเหมาะสำหรับทำเลทั้งย่านในเมืองและรีสอร์ต รวมถึงทำเลศักยภาพที่จะเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ๆ

อีกหนึ่งแบรนด์ที่กระแสแรงและเป็นที่น่าสนใจ คือ เรดิสัน เรด (Radisson RED) เป็นแบรนด์โรงแรมที่มีความสนุกสนานด้วยสไตล์การออกแบบที่สร้างสรรค์ โดดเด่น อยู่ในทำเลย่านใจกลางเมืองที่ครึกครื้น

นอกจากนี้ยังมีแบรนด์อื่นๆ ในเครือเรดิสัน อาทิ เรดิสัน คอลเลคชั่น, เรดิสัน บลู, พาร์ค พลาซ่า และคันทรี อินน์ แอนด์ สวีท บาย เรดิสัน และอีก 3 แบรนด์ใหม่ ได้แก่ โกลเด้น ทิวลิป (เฉพาะกลุ่มโรงแรมเรดิสันในประเทศไทย) คีเรียด (Kyriad) และ 7 Days เพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับเจ้าของโรงแรมให้มากขึ้น

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการขยายการเติบโตของธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตแล้ว กลุ่มโรงแรมเรดิสันยังมองเห็นช่องทางในการขยายธุรกิจด้านเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์และโครงการที่อยู่อาศัย (Branded Residence) ที่มีการใช้ชื่อโครงการตามแบรนด์ที่มาร่วมทุนและบริหาร ในย่านทำเลศักยภาพอีกด้วย ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายคือการมอบข้อเสนอแบบมีทางเลือกที่ปรับเปลี่ยนได้เพื่อตอบสนองความต้องการและเพื่อประโยชน์สูงสุดสำหรับเจ้าของธุรกิจและนักพัฒนาสำหรับตลาดในประเทศไทยโดยเฉพาะ

เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าแผนปฏิรูปธุรกิจ 5 ปี ซึ่งรวมถึงการพัฒนาด้านเทคโนโลยีที่ดีที่สุดและโซลูชั่นแบบบูรณาการเพื่อเพิ่มรายได้สูงสุดให้กับทุกโรงแรมในเครือและมอบผลกำไรเบื้องต้นจากการบริหาร (GOP) ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม

นายเดวิด เหงียน กรรมการผู้จัดการ ด้านยุทธศาสตร์ความร่วมมือในภูมิภาคอินโดจีน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก กล่าวว่า “จากการยกเลิกมาตรการการเดินทางเข้าเมืองทั้งหมด เห็นได้ว่ามีนักเดินทางจากต่างประเทศจำนวนมากกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศอีกครั้ง ผมคิดว่านี่เป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นและเป็นโอกาสอันดีสำหรับเจ้าของโรงแรมและนักพัฒนา”

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความท้าท้ายระดับโลกผ่านไป การตัดสินใจที่ดีและการเลือกหุ้นส่วนที่เหมาะสมกับลงทุนของคุณจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป นั้นเรามีโครงสร้างการออกแบบของแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน มีตัวเลือกการลงทุนที่ยืดหยุ่น มีความเชี่ยวชาญในทุกพื้นที่และโครงสร้างองค์กรที่คอยให้การสนับสนุนจากทั่วโลก จึงเชื่อมั่นได้ว่าเรามีทางเลือกที่ตอบโจทย์และสามารถปรับเปลี่ยนให้ตรงกับความต้องการแบบเฉพาะตัวของเจ้าของธุรกิจทุกคนได้อย่างแน่นอน

ธุรกิจ 12 9 2022

“เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป” เดินหน้ารุกตลาดในไทย ตอบโจทย์การเติบโตมั่นคง-ยั่งยืน

จากข้อมูลขององค์การการท่องเที่ยวโลก (UNWTO) เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาคหลายแห่ง ประเทศไทยกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วหลังจากได้รับผลกระทบของการระบาดใหญ่ทั่วโลก โดยคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 24 ล้านคนในปี 2567

เรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป มีชื่อเสียงโดดเด่นเป็นที่รู้จักตั้งแต่เริ่มเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทยในปี 2538 และยังคงได้รับความไว้วางใจและความภักดีสำหรับกลุ่มตลาดในเมืองไทยมาโดยตลอด ในปัจจุบัน กลุ่มโรงแรมในเครือเรดิสันได้นำอัตลักษณ์ของแบรนด์ที่เป็นมรดกอันล้ำค่ามาผสมผสานเข้ากับวิสัยทัศน์ในการบริหาร ด้วยสัญญาธุรกิจที่เข้าใจง่ายเพื่อสร้างสรรค์แบรนด์ในบุคลิกต่าง ๆ ที่ครอบคลุมทุกข้อเสนอของแบรนด์ภายใต้การบริหารของเรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป ที่มีความพร้อมในการดำเนินธุรกิจบริการยุคใหม่เพื่อสร้างอนาคตที่สดใสให้กับในประเทศที่มีเสน่ห์แห่งนี้

เมื่อเร็วๆ นี้ กลุ่มโรงแรมเรดิสันได้ประกาศแผนขยายธุรกิจในไทย โดยตั้งเป้าเปิดโรงแรมแห่งใหม่เพิ่มขึ้น 100 แห่ง ภายในปี 2568 ซึ่งจากเดิมมีโรงแรมในเครือเรดิสันในประเทศไทยจำนวน 6 แห่ง เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ 4 แห่ง และอยู่ในระหว่างดำเนินการอีก 2 แห่งในภูเก็ตและพัทยา

การขยายการเติบโตในไทยนี้ถือเป็นส่วนสำคัญของแผนขยายธุรกิจของเรดิสัน โฮเทล กรุ๊ป ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอสูงถึง 400% โดยตั้งเป้าเปิดโรงแรมและรีสอร์ตทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวน 2,000 แห่ง ภายในปี 2568 แน่นอนว่าประเทศไทยอยู่ใน 1 ใน 5 อันดับตลาดเป้าหมายที่มีการเติบโต รวมถึงอินเดีย เวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ อ่านข่าวธุรกิจเพิ่มเติมที่นี่ >> tangballsley